TKP HEADLINE

Showing posts with label 05.วัฒนธรรม. Show all posts
Showing posts with label 05.วัฒนธรรม. Show all posts

สารพัด "ตำ"

 

สารพัด "ตำ"

            คำว่า ‘ส้มตำ’ ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ส้ม ที่แปลว่าผลไม้ชนิดหนึ่ง แต่ส้มตำมาจากภาษาท้องถิ่นเหนือ ‘ส้ม’ แปลว่า รสชาติเปรี้ยว และ ‘ตำ’ คือการใช้สากหรืออุปกรณ์ที่คล้ายคลึง โขลกลงไปอย่างแรงเพื่อให้วัตถุดิบเข้ากัน พอนำสองคำนี้มารวมกันจึงแปลว่า อาหารรสเปรี้ยวที่เกิดจากการโขลกนั้นเองจ้าา

อ่านเพิ่มเติมจร้า

ว่าด้วยเมนู "จอ"

 


ว่าด้วยเมนู "จอ"

            คำว่า "จอ" เป็นคำเรียก ของการปรุงอาหารประเภทผักของคนพื้นถิ่นภาคเหนือ โดยการนำน้ำใส่หม้อตั้งไฟปรุงด้วย เกลือ กะปิ ปลาร้าเมื่อน้ำเดือดจึงใส่ผักลงไป จากนั้นจึงเติมรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะขามเปียกหรือมะขามสด (ไม่นิยมน้ำมะนาว มะเขือเทศ มะกรูด) การจออาจใส่กระดูกหมูด้วยก็ได้ ชนิดผักที่มีการนำมาจอ เช่น ผักกาด ผักหนาม ผักกูด ผักบุ้ง ผักมันแกว ซึ่งบางแห่งนิยมใส่ถั่วเน่าแข็บผิงไฟ และน้ำอ้อย ลงไปด้วย นิยมรับประทานกับพริกแห้งทอด ตัดเป็นท่อน โรยหน้าแกง หรือรับประทานต่างหาก แล้วแต่ชอบ (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, 1790 ; อัมพร โมฬีพันธ์, สัมภาษณ์, 6 กรกฎาคม 2550) อ่านเพิ่มเติม




น้ำพริกน้ำผัก

 

น้ำพริกน้ำผัก

            “น้ำผัก” ภูมิปัญญาการถนอมและแปรรูปอาหารอย่างหนึ่งของชาวไทลื้อ ได้จากการนำผักในสวนครัว ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ผักกาดจ้อน (ผักกาดกวางตุ้ง) และผักกาดเขียวปลี มาสับ ตำ และบดให้ละเอียด (ปัจจุบันมักใช้การปั่นหรือโม่) ผสมน้ำ เกลือ และข้าวเหนียวเล็กน้อย ดองทิ้งไว้ 2-3 คืน จนมีรสเปรี้ยว ถ้าชอบรสเปรี้ยวมากก็ดองนาน สัก 4-5 วัน จากนั้นกรองเอาน้ำผักมาเคี่ยวไฟจนงวดแห้ง ได้กากสีเขียวคล้ำ เรียกว่า “น้ำผัก” เก็บไว้ใช้ได้นาน 2-3 เดือน หรือถ้าเก็บใส่ตู้เย็นอาจเก็บรักษาได้เป็นปี อ่านเพิ่มเติม

จิ๊นส้มเหม็นโอ่กับแคบหมูไม่ปุ๊

 

จิ๊นส้มเหม็นโอ่กับแคบหมูไม่ปุ๊

            ภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านการถนอมอาหาร ในประเทศไทย เป็นองค์ความรู้สำคัญส่วนหนึ่งที่ต้องร่วมมือกันเผยแพร่ อนุรักษ์รักษา ปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงความสำคัญ รู้สึกถึงคุณค่าความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตชุมชน โดยเฉพาะภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านการถนอมอาหาร ของอำเภอแม่สาย มีแนวโน้มจะสูญหาย เนื่องจาก วัฒนธรรมการนิยมบริโภคอาหารที่เปลี่ยนไปตามกระแสสังคม ความเร่งรีบ อ่านเพิ่มเติม

แกงหน่อไม้ไร่ใส่ใบย่านาง


แกงหน่อไม้ไร่ใส่ใบย่านาง
            อะไรเอ่ย เมื่อเด็กนุ่งผ้า โตขึ้นมาแก้ผ้าเปลือยตัว ปริศนาคำทายที่เราคุ้นชินได้ยินมาตั้งแต่เด็ก คำตอบก็คือ หน่อไม้ หรือต้นอ่อนของต้นไผ่ ต้นหญ้าที่ได้รับการขนานนามว่าใหญ่ที่สุดในโลก จากไผ่จำนวน 111 สกุล 1,447 ชนิด (ข้อมูลจากวิกิพีเดียประเทศไทย) นอกจากความยิ่งใหญ่ และคุณประโยชน์นานานับประการของมันแล้ว หน่อไม้ ถือเป็นผักที่ใครหลายคน จัดให้เป็นเมนูอาหารที่เลิศรส อ่านเพื่มเติม

ขนุนหนุนนำชีวิต

 


ขนุนหนุนนำชีวิต

                ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรามักจะถูกปลูกฝังด้วยความเชื่อในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อทางศาสนา เช่น คนทำดีจะได้ไปสวรรค์ คนทำชั่วต้องตกนรก, ความเชื่อในเรื่องโชคชะตา เช่น ลายมือกำหนดชีวิต หรือชีวิตขึ้นลงตามวันเวลาเกิด หรือตกฟาก ชื่อนามสกุล ที่ไม่ตรงตามวันเวลาเกิด ความเชื่อในผีสางเทวดานางไม้ การสะเดาะเคราะห์ และอื่นๆ อีกมากมาย ในสังคมไทยในอดีตมีคตินิยม ความเชื่อ ที่อาจเหมือนหรือแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่ล้วนแล้วจะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ที่เป็นเรื่องราวที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ความเชื่อดังกล่าว มักจะช่วยเสริมสร้างกำลังใจ เป็นการสะกดจิตให้เชื่อว่าจะมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต หากกระทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ อาทิเช่น ความเชื่อในการปลูกต้นไม้มงคล อาทิเช่น ขนุน มะยม ไว้ในบ้าน เป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งบ้านของผู้เขียนก็มีทั้งต้นขนุน และมะยมในบ้าน อ่านเพิ่มเติม

พิธีสืบจ๊ะต๋า

พิธีสืบจ๊ะต๋า

            พิธีสืบชะตา เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของชาวล้านนา ที่เชื่อกันว่าเป็นการต่ออายุหรือต่อชีวิตของบ้านเมืองหรือของคนให้ยืนยาว มีความสุข ความเจริญตลอดจนเป็นการขจัดภัยอันตรายต่างๆ ที่จะบังเกิดขึ้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย อ่านเพิ่มเติม

วัดพระธาตุแม่ย่าม่อน ตั้งอยู่ที่บ้านปากอิง หมู่ที่ 2 ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

 วัดพระธาตุแม่ย่าม่อน ตั้งอยู่ที่บ้านปากอิง หมู่ที่ 2 ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ขึ้นชื่อของบ้านปากอิง วัดพระธาตุดอยแม่ย่าหม่อน ซึ่งเดิมเป็นวัดร้างและต่อมาชาวบ้านได้ปรับปรุง บูรณะใหม่จนกลายเป็นวัดที่มีคนเคารพ ศรัทธา เนื่องจากตำนานวัดนั้น คนแก่เล่าขานกันว่ามีรูพญานาค (บางคนเล่าว่าเป็นพญาเงือก) ไว้สัญจรไปมาระหว่างโลกใต้น้ำกับโลกมนุษย์ อ่านเพิ่มเติม



ประเพณีสี่เผ่า

 

        ประเพณีสี่เผ่า
ดอยหลวงสูงสง่า ธาราสองสาย หลากหลายประเพณี สี่เผ่าพี่น้อง แดนทองเกษตรกรรม” คำขวัญของ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของอ.ดอยหลวง โดยเฉพาะวลีที่ว่า “สี่เผ่าพี่น้อง” มีดังนี้ ชนพื้นเมือง ชุมชนอีสาน ชุมชนเหย้า และชุมชนกระเหรี่ยง



ซอพื้นเมือง

    

        แววเสียงดนตรีดังมากจาก ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านแม่สลองในตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย นายโปทา เชื้อเมืองพาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้สนับสนุนดนตรีพื้นบ้านโดยการชักชวนเยาวชนหมู่บ้านมาร่วมวงดนตรี โดยมี พ่อครู ซึ่งเป็นปราชชาวบ้านที่มีความรู้ความสามารถในการเล่น สอน และถ่ายทอด การเล่นดนตรีพื้นบ้านที่เรียนก ว่า ซอ เป็นการเล่นดนตรีพร้อมกับการขับร้องโดยคู่บ่าวสาวจะเป็นตัวเอกของเรื่อง โดยนำเรื่องราว ต่าง ๆ มาขับร้องให้ผู้ฟังได้สนุกสนานคลื่นเครงมีความสุขในการชม ในการแสดง ซอ นั้นไม่เพียงแค่จะมีเพียงผู้เล่นแค่ ๒ คนเท่านั้นยังมีตัวละครอื่นๆ ด้วยแต่ตัวหลักสำคัญนั้นจะมีเพียงคู่หลักส่วนคนอื่น ๆ จะเป็นคนเล่นดนตรีโดยเครื่องดนตรก็จะเป็นเครื่องดนตรีหลากหลายชนิด อันได้แก่ สะล้อ ซอ ซึง ฉิง ฉับ กลอง ขลุ่ย เป็นต้น  อ่านเพิ่มเติม



 

(ตัวอย่าง) การสู่ขวัญข้าว

การสู่ขวัญข้าวเป็นประเพณีที่ชาวนาตำบลน้ำพางนั้นปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกขวัญพระแม่โพสพที่ตกหล่นตามท้องนาหลังจากเก็บเกี่ยวขึ้นสู่ยุ้งฉางข้าว และเป็นการบูชาพระแม่โพสพที่คอยช่วยป้องกันศัตรูพืชและสัตว์ที่จะมาทำลายข้าวในนา และนอกจากนี้นั้นยังเป็นความเชื่อของชาวนาว่าการบูชาพระแม่โพสพนั้นจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป โดยเครื่องพิธีจะมีไก่และเครื่องสังเวยแก่พระแม่โพสพ ที่ช่วยให้ได้ทำให้ข้าวได้ผลผลิตเป็นที่พอใจ แต่ถ้าหากเป็นพิธีสู่ขวัญข้าวแบบใหญ่ โดยส่วนมากแล้วเจ้าของจะไม่ได้กล่าวคำสังเวยได้ด้วยตัวเองจึงต้องขออาจารย์ประจำหมู่บ้านเป็นผู้โอกาสให้ โดยจะทำหลังฤดูเก็บเกี่ยว ศึกษาเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดเชียงราย. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand